Bajaj Pulsar 180cc Blue Edition
Specification Bajaj Pulsar 180| Engine and transmission | |
|---|---|
| Displacement: | 179.90 ccm (10.98 cubic inches) |
| Engine type: | Single cylinder |
| Stroke: | 4 |
| Power: | 16.50 HP (12.0 kW)) @ 8000 RPM |
| Torque: | 15.22 Nm (1.6 kgf-m or 11.2 ft.lbs @ 6000 RPM |
| Fuel system: | Injection |
| Valves per cylinder: | 1 |
| Ignition: | CDI |
| Cooling system: | Air |
| Physical measures | |
| Chassis and dimensions | |
| Front suspension: | Telescopic |
| Front suspension travel: | 135 mm (5.3 inches) |
| Rear suspension: | Triple rate springs |
| Rear suspension travel: | 100 mm (3.9 inches) |
| Speed and acceleration | |
| Other specifications | |
| Fuel capacity: | 10.00 litres (2.64 gallons) |
Old Indians Never Ever Die 2
the new ‘Old Indians Never Ever Die 2’ Documentary. Over the weekend there were some 400 vintage machines from all over Europe, Australia and the USA. The film takes a look at the people whose lives are so bound up in these amazing machines. The video is a *trailer for the film Old Indians Never Ever Die 2
*In deze clip komen Mr. Tony Indian Leenes &"
zijn broer Mr."Lucas" Theodole Tjebbe Leenes
ook effe in beeld...
MGS
Old indians never ever die is a Documentary about
that happenend earlier this year
(24-26 July 2009 in Scotland)
Best Jodie

There was a film 15 years ago called "Old Indians Never Die"
(do you see what we did there, adding Ever).

It was made by a German film maker and ran
on Sky and Discovery for about 10 years.
The two main characters in the original film
were Chris in Berlin and Al in Scotland.

So we've used them again as the main characters.
Chris (from Berlin) is the guy on the red bike
making the "pretty scary noises".

It was directed by Dave Waters,
Produced by Bertie Miller.
Best Jodie
SO
STEEDS VERASSEND, ALTIJD DICHTBIJ !
I Ride my "Speed Twindian" 1939
Motoring George Spauwen
ฝนซัดจยย.ซบเซา ต.ค.ขายลดลง7%
นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เปิดเผยตัวเลขการ จดทะเบียนของรถจักรยานยนต์ ในประเทศไทยในเดือนต.ค. 2552 พบว่าปริมาณยอดจดทะเบียน 119,918 คัน หดตัวลง 7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ขณะที่ยอดจดทะเบียนสะสมตลอด 10 เดือนแรกของปี 2552 อยู่ที่ 1,257,919 คัน ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงใน ภาวะชะลอตัวเช่นเดียวกับทิศทางของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ปริมาณยอดจดทะเบียน ในเดือนต.ค. แบ่งออกเป็นรถ จักรยานยนต์แบบครอบครัว 59,550 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% รถแบบเอที มีปริมาณ 55,007 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46% รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 2,831 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2% รถแบบสปอร์ต 881 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 1,649 คัน สัดส่วนตลาด 1%
สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม 10 เดือน แบ่งออกเป็นรถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัว ด้วยปริมาณ ยอดจดทะเบียน 620,564 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% รถแบบเอที มีปริมาณ 585,659 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47% รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 30,768 คัน สัดส่วนตลาด 2% รถแบบสปอร์ต 9,604 คัน สัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 11,324 คัน สัดส่วนตลาด 1%
ทั้งนี้ ฮอนด้าครองตำแหน่ง ผู้นำตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 826,269 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 66% ยามาฮ่า 354,846 คัน อัตราครองตลาด 28% ซูซูกิ 53,164 คัน อัตราครองตลาด 4% คาวาซากิ 11,762 คัน อัตราครองตลาด 1% เจอาร์ดี 1,436 คัน แพลตตินัม 856 คัน ไทเกอร์ 851 คัน และอื่นๆ 8,735 คัน
เพิ่มเติม http://www.marketeer.co.th
ฝนซัดจยย.ซบเซา ต.ค.ขายลดลง7%
นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เปิดเผยตัวเลขการ จดทะเบียนของรถจักรยานยนต์ ในประเทศไทยในเดือนต.ค. 2552 พบว่าปริมาณยอดจดทะเบียน 119,918 คัน หดตัวลง 7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ขณะที่ยอดจดทะเบียนสะสมตลอด 10 เดือนแรกของปี 2552 อยู่ที่ 1,257,919 คัน ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงใน ภาวะชะลอตัวเช่นเดียวกับทิศทางของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ปริมาณยอดจดทะเบียน ในเดือนต.ค. แบ่งออกเป็นรถ จักรยานยนต์แบบครอบครัว 59,550 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% รถแบบเอที มีปริมาณ 55,007 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46% รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 2,831 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2% รถแบบสปอร์ต 881 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 1,649 คัน สัดส่วนตลาด 1%
สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม 10 เดือน แบ่งออกเป็นรถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัว ด้วยปริมาณ ยอดจดทะเบียน 620,564 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% รถแบบเอที มีปริมาณ 585,659 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47% รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 30,768 คัน สัดส่วนตลาด 2% รถแบบสปอร์ต 9,604 คัน สัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 11,324 คัน สัดส่วนตลาด 1%
ทั้งนี้ ฮอนด้าครองตำแหน่ง ผู้นำตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 826,269 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 66% ยามาฮ่า 354,846 คัน อัตราครองตลาด 28% ซูซูกิ 53,164 คัน อัตราครองตลาด 4% คาวาซากิ 11,762 คัน อัตราครองตลาด 1% เจอาร์ดี 1,436 คัน แพลตตินัม 856 คัน ไทเกอร์ 851 คัน และอื่นๆ 8,735 คัน
เพิ่มเติม http://www.marketeer.co.th
ตลาดรถจักรยานยนต์เริ่มไตรมาสสุดท้าย รถครอบครัวยังคงได้รับความนิยมสูงสุดเช่นเคย "ฮอนด้า เวฟ 110i" ส่งสัญญาณครองแชมป์ ขึ้นชาร์ตอันดับ 1
นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า "รถจักรยานยนต์ประเภทรถแบบครอบครัว นับเป็นกลุ่มรถประเภทหลักของตลาดที่มีอัตราการเติบโตลดลงน้อยที่สุด สาเหตุหนึ่งคงเนื่องจากรถในกลุ่มประเภทนี้มีคุณสมบัติเด่นด้านความประหยัด สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และจากแนวโน้มของสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตลดลงในขณะนี้ จะเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้รถประเภทนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการที่ค่ายผู้นำตลาดอย่างรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่มีจุดแข็งด้านรถครอบครัว ได้นำฮอนด้าในตระกูลเวฟเป็นเรือธงเข้าสู่ตลาดเพื่อเอาชนะใจผู้บริโภคจนมียอดจดทะเบียนขึ้นในอันดับหนึ่งมาตลอดตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมนี้รถครอบครัวตระกูลเวฟระบบหัวฉีดในรุ่น Wave110i ก็ยึดครองความเป็นอันดับหนึ่งไปตามคาดการณ์ และจะเป็นโมเดลสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้สัดส่วนตลาดของรถแบบครอบครัวมีการขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้หากวิเคราะห์ถึงเหตุผลของการตอบรับที่ดี ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจ และมีความต้องการในรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบการจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด โดยพิจารณาได้จากยอดจดทะเบียนสะสมของรถระบบนี้ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนของรถจักรยานยนต์ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดทั้งตลาดจากต้นปีที่มีเพียง 23% มาสู่ยอดตัวเลขเดือนตุลาคมนี้ที่ 47% ในขณะที่รถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีดของทุกค่ายผู้ผลิตนั้นมีปริมาณยอดจดทะเบียนรวมกันอยู่ที่ 518,602 คัน"
สำหรับรายงานตลาดรถจักรยานยนต์ คิกออฟไตรมาสที่ 4 ของปีเดือนตุลาคม ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียน 119,918 คัน โดยปริมาณยอดจดทะเบียนในเดือนนี้ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์แบบครอบครัวที่ยังคงได้รับความนิยมสุงสุดเช่นเคย ด้วยปริมาณตัวเลข 59,550 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% ในขณะที่รถแบบ เอ.ที มีปริมาณ 55,007 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46%, รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 2,831 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2%, รถแบบสปอร์ต 881 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 1,649 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% สำหรับปริมาณยอดจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปี 2552 ถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกันอยู่ที่ 1,257,919 คัน ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้ว่าสัดส่วนการเติบโตโดยรวมจะลดลง แต่เป็นการลดลงในภาวะชะลอตัวเฉกเช่นเดียวกับทิศทางของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามจากมาตรการการส่งเสริมการอุปโภคบริโภคของภาครัฐบาลและเอกชนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ช่วยสนับสนุนให้รถครอบครัวสุดประหยัดรุ่น "ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ" ครอบแชมป์ความเป็นอันดับ 1
ส่วนทางด้านรถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัวในตระกูลฮอนด้าเวฟที่ได้รับความนิยมตลาดกาลสูงสุด เดือนตุลาคมมีปริมาณยอดจดทะเบียนเป็นอันดับหนึ่งของเดือนที่ 44,346 คัน โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์รุ่น "ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ ที่ 26,715 คัน", "ฮอนด้า เวฟ 100 ที่ 9,911 คัน", "ฮอนด้าเวฟ 125 ไอ ที่ 3,632 คัน" และ "ฮอนด้าเวฟ ซี่รีย์อื่นๆ อย่าง R, S, X, และ Z ที่ 4,088 คัน"
ทั้งนี้ สำหรับเดือนแห่งการเริ่มต้นตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นอกจากกระแสความนิยมของรถแบบครอบครัวอย่างฮอนด้าเวฟ 110 ไอ ที่ครองความเป็นอันดับหนึ่งแล้ว สำหรับรถจักรยานยนต์ในรุ่นอื่นๆ อย่างกระแสของรถแบบ เอ.ที อย่างรถรุ่นใหม่ "ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" ที่เพิ่งทำการเปิดตัวไปเพียงหนึ่งเดือน ก็กระโดดก้าวขึ้นเป็นรถรุ่นใหม่ยอดนิยมที่ไต่อันดับขึ้นชาร์ตเป็น New Entry ของเดือนตุลาคมนี้ ตามกระแสความโด่งดังของรถรุ่นพี่อย่างฮอนด้า คลิก ที่สามารถดันยอดจำหน่ายสะสมที่มีมาตั้งแต่ปี 2006 ทะลุเกิน 1,000,000 คัน เป็นรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที. รายแรกของประเทศไทยที่ทุบสถิติดังกล่าวนี้ พร้อมด้วยการแนะนำ ฮอนด้า คลิก ไอ ลายใหม่ออกมาเขย่าความแรงของตลาดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ค่ายผู้นำอย่างรถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังเตรียมแผนการจำหน่ายรถจักรยานยนต์สุดยอดแห่งความภาคภูมิใจของชาวไทยกับยนตกรรมระดับเวิล์ดคลาส ที่ผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำหน้ารุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda PCX เป็นที่แรกของโลกในเดือนธันวาคม พร้อมทั้งเป็นครั้งแรกของรถจักรยานยนต์ที่จะขับขี่ความหรูหราเข้าอวดโฉมในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 26 (The 26th Thailand International Motor Expo 2009) ในวันที่ 3-13 ธันวาคม 2552 ที่จะถึงนี้
สำหรับรายละเอียดของยอดการจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งถึงสิ้นเดือนตุลาคม รถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัวครองความเป็นรถยอดนิยมตลอดกาล ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนที่มากถึง 620,564 คันเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% ในขณะที่ค่ายฮอนด้าที่เป็นผู้นำตลาดนั้น มีอัตราครองตลาดในกลุ่มรถประเภทนี้ถึง 84% ส่วนรถประเภทอื่นๆ มีรายละเอียดยอดการจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคม ดังนี้ คือ รถแบบ เอ.ที มีปริมาณ 585,659 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47%, รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 30,768 คัน สัดส่วนตลาด 2%, รถแบบสปอร์ต 9,604 คัน สัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 11,324 คัน สัดส่วนตลาด 1%
ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิต รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 826,269 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 66%, ยามาฮ่า 354,846 คัน อัตราครองตลาด 28%, ซูซูกิ 53,164 คัน อัตราครองตลาด 4%, คาวาซากิ 11,762 คัน อัตราครองตลาด 1%, เจอาร์ดี 1,436 คัน, แพล็ตตินั่ม 856 คัน, ไทเกอร์ 851 คัน และอื่นๆ 8,735 คัน
เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/
ตลาดรถจักรยานยนต์เริ่มไตรมาสสุดท้าย รถครอบครัวยังคงได้รับความนิยมสูงสุดเช่นเคย "ฮอนด้า เวฟ 110i" ส่งสัญญาณครองแชมป์ ขึ้นชาร์ตอันดับ 1
นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า "รถจักรยานยนต์ประเภทรถแบบครอบครัว นับเป็นกลุ่มรถประเภทหลักของตลาดที่มีอัตราการเติบโตลดลงน้อยที่สุด สาเหตุหนึ่งคงเนื่องจากรถในกลุ่มประเภทนี้มีคุณสมบัติเด่นด้านความประหยัด สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และจากแนวโน้มของสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตลดลงในขณะนี้ จะเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้รถประเภทนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการที่ค่ายผู้นำตลาดอย่างรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่มีจุดแข็งด้านรถครอบครัว ได้นำฮอนด้าในตระกูลเวฟเป็นเรือธงเข้าสู่ตลาดเพื่อเอาชนะใจผู้บริโภคจนมียอดจดทะเบียนขึ้นในอันดับหนึ่งมาตลอดตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมนี้รถครอบครัวตระกูลเวฟระบบหัวฉีดในรุ่น Wave110i ก็ยึดครองความเป็นอันดับหนึ่งไปตามคาดการณ์ และจะเป็นโมเดลสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้สัดส่วนตลาดของรถแบบครอบครัวมีการขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้หากวิเคราะห์ถึงเหตุผลของการตอบรับที่ดี ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจ และมีความต้องการในรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบการจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด โดยพิจารณาได้จากยอดจดทะเบียนสะสมของรถระบบนี้ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนของรถจักรยานยนต์ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดทั้งตลาดจากต้นปีที่มีเพียง 23% มาสู่ยอดตัวเลขเดือนตุลาคมนี้ที่ 47% ในขณะที่รถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีดของทุกค่ายผู้ผลิตนั้นมีปริมาณยอดจดทะเบียนรวมกันอยู่ที่ 518,602 คัน"
สำหรับรายงานตลาดรถจักรยานยนต์ คิกออฟไตรมาสที่ 4 ของปีเดือนตุลาคม ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียน 119,918 คัน โดยปริมาณยอดจดทะเบียนในเดือนนี้ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์แบบครอบครัวที่ยังคงได้รับความนิยมสุงสุดเช่นเคย ด้วยปริมาณตัวเลข 59,550 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% ในขณะที่รถแบบ เอ.ที มีปริมาณ 55,007 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46%, รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 2,831 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2%, รถแบบสปอร์ต 881 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 1,649 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% สำหรับปริมาณยอดจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปี 2552 ถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกันอยู่ที่ 1,257,919 คัน ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้ว่าสัดส่วนการเติบโตโดยรวมจะลดลง แต่เป็นการลดลงในภาวะชะลอตัวเฉกเช่นเดียวกับทิศทางของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามจากมาตรการการส่งเสริมการอุปโภคบริโภคของภาครัฐบาลและเอกชนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ช่วยสนับสนุนให้รถครอบครัวสุดประหยัดรุ่น "ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ" ครอบแชมป์ความเป็นอันดับ 1
ส่วนทางด้านรถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัวในตระกูลฮอนด้าเวฟที่ได้รับความนิยมตลาดกาลสูงสุด เดือนตุลาคมมีปริมาณยอดจดทะเบียนเป็นอันดับหนึ่งของเดือนที่ 44,346 คัน โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์รุ่น "ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ ที่ 26,715 คัน", "ฮอนด้า เวฟ 100 ที่ 9,911 คัน", "ฮอนด้าเวฟ 125 ไอ ที่ 3,632 คัน" และ "ฮอนด้าเวฟ ซี่รีย์อื่นๆ อย่าง R, S, X, และ Z ที่ 4,088 คัน"
ทั้งนี้ สำหรับเดือนแห่งการเริ่มต้นตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นอกจากกระแสความนิยมของรถแบบครอบครัวอย่างฮอนด้าเวฟ 110 ไอ ที่ครองความเป็นอันดับหนึ่งแล้ว สำหรับรถจักรยานยนต์ในรุ่นอื่นๆ อย่างกระแสของรถแบบ เอ.ที อย่างรถรุ่นใหม่ "ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" ที่เพิ่งทำการเปิดตัวไปเพียงหนึ่งเดือน ก็กระโดดก้าวขึ้นเป็นรถรุ่นใหม่ยอดนิยมที่ไต่อันดับขึ้นชาร์ตเป็น New Entry ของเดือนตุลาคมนี้ ตามกระแสความโด่งดังของรถรุ่นพี่อย่างฮอนด้า คลิก ที่สามารถดันยอดจำหน่ายสะสมที่มีมาตั้งแต่ปี 2006 ทะลุเกิน 1,000,000 คัน เป็นรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที. รายแรกของประเทศไทยที่ทุบสถิติดังกล่าวนี้ พร้อมด้วยการแนะนำ ฮอนด้า คลิก ไอ ลายใหม่ออกมาเขย่าความแรงของตลาดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ค่ายผู้นำอย่างรถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังเตรียมแผนการจำหน่ายรถจักรยานยนต์สุดยอดแห่งความภาคภูมิใจของชาวไทยกับยนตกรรมระดับเวิล์ดคลาส ที่ผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำหน้ารุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda PCX เป็นที่แรกของโลกในเดือนธันวาคม พร้อมทั้งเป็นครั้งแรกของรถจักรยานยนต์ที่จะขับขี่ความหรูหราเข้าอวดโฉมในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 26 (The 26th Thailand International Motor Expo 2009) ในวันที่ 3-13 ธันวาคม 2552 ที่จะถึงนี้
สำหรับรายละเอียดของยอดการจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งถึงสิ้นเดือนตุลาคม รถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัวครองความเป็นรถยอดนิยมตลอดกาล ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนที่มากถึง 620,564 คันเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% ในขณะที่ค่ายฮอนด้าที่เป็นผู้นำตลาดนั้น มีอัตราครองตลาดในกลุ่มรถประเภทนี้ถึง 84% ส่วนรถประเภทอื่นๆ มีรายละเอียดยอดการจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคม ดังนี้ คือ รถแบบ เอ.ที มีปริมาณ 585,659 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47%, รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 30,768 คัน สัดส่วนตลาด 2%, รถแบบสปอร์ต 9,604 คัน สัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 11,324 คัน สัดส่วนตลาด 1%
ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิต รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 826,269 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 66%, ยามาฮ่า 354,846 คัน อัตราครองตลาด 28%, ซูซูกิ 53,164 คัน อัตราครองตลาด 4%, คาวาซากิ 11,762 คัน อัตราครองตลาด 1%, เจอาร์ดี 1,436 คัน, แพล็ตตินั่ม 856 คัน, ไทเกอร์ 851 คัน และอื่นๆ 8,735 คัน
เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/



Sponsored by