ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ คลื่นลูกใหม่ ความภูมิใจของยามาฮ่า
ลอเรนโซ่เป็นนักแข่งสังกัดทีมเฟียต ยามาฮ่า เริ่มลงแข่งขันในปี 2002 รุ่น 125 ซีซี จากนั้นได้ร่วมแข่งทุกปี และเป็นที่จับตามองจากหลาย ๆ สื่อหลังจากสามารถคว้าแชมป์โลกโมโตจีพี รุ่น 250 ซีซี ได้ในปี 2006 และ 2007 ในปีล่าสุดเขาก็สามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกมาได้โดยขยับมาในรุ่น 800 ซีซี
ซึ่งการแข่งขันโมโตจีพี ปี 2009 มีทั้งหมด 17 สนาม ลอเรนโซ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ทั้งหมด 12 สนาม และคว้า
อันดับ 1 ในการแข่งขัน 4 สนาม ได้แก่ สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น สนามเลอ แมงส์ ประเทศฝรั่งเศส สนามอินเดียแนโพลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกส มอเตอร์ไซค์ที่นักแข่งผู้นี้ควบคุมอยู่ก็คือ ยามาฮ่า YZR-M1 นั่นเอง
วันนี้บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้พา "ลอเรนโซ่" มาพบปะสื่อมวลชน อย่างเป็นกันเอง เพื่อให้สัมภาษณ์ถึงการแข่งขัน ความรู้สึกต่อมอเตอร์ไซค์คู่ใจ รวมทั้งเคล็ดลับที่ทำให้ไม่พลาดตำแหน่งแชมป์ ก่อนเข้าเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อสู้ศึกในการแข่งขันฤดูกาล 2010
- ประทับใจอะไรในยามาฮ่า
รู้สึกภูมิใจมากที่ทำผลงานได้เป็นที่พอใจกับทั้งตัวเองและคนอื่น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประสบความสำเร็จเพราะคุณภาพของ มอเตอร์ไซค์ยามาฮ่า ทั้งด้านเทคนิคและระบบต่าง ๆ ที่มีความสมบูรณ์พร้อม ผมไว้วางใจและเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของยามาฮ่า ที่ทำให้รถแรง มีการควบคุมที่ดี จึงไม่คิดจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน ผมไม่ต้องการการสนับสนุนอะไรเป็นพิเศษจากยามาฮ่า แต่จะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ผมประทับใจการแข่งขันทุกแมตช์ เพราะแต่ละครั้ง แต่ละสนามมีความท้าทายแตกต่างกันไป ที่ทำให้ต้องใช้สมาธิและทักษะอย่างเต็มที่
- การฝึกซ้อม
นอกจากฝึกฝนในสนามแล้ว ก็ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเล่นฟิตเนสกับคุณพ่อ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ควบคุมรถได้ดี ผมเตรียมตัวอย่างหนักเพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ต้องใช้ความพยายามและอดทน ผมต้องขอบคุณทุก ๆ คนที่ช่วยให้ผมประสบความสำเร็จ
- เคล็ดลับประสบความสำเร็จ
ตลอดเวลาที่ขับรถจะต้องปล่อยวาง ไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น พยายามทำตัวให้สบายผ่อนคลายที่สุด หากเกิดความคิดเรื่อง ต่าง ๆ แม้แต่เรื่องของเทคนิคการขับหรือเรื่องเครื่องยนต์ อาจจะทำให้เสียสมาธิและพลาดเกิดอุบัติเหตุได้ ผมคิดว่าการขับแบบไปตามธรรมชาติจะทำให้ไปได้อย่างเร็วที่สุด
นอกจากนี้ แรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรักการแข่งมอเตอร์ไซค์ก็คือ ทุก ๆ วันจะเห็นคุณแม่ใช้มีดปาดเนยทาขนมปังได้อย่างนุ่มนวลและเรียบสนิท คิดว่าอยากจะขับขี่ให้ได้นุ่มเรียบอย่างนั้นบ้าง ทุกวันนี้เมื่อขับมอเตอร์ไซค์ผมก็จะนึกถึงภาพนั้น
- ความคาดหวังการแข่งครั้งต่อไป
ไม่ว่าการแข่งขันจะผ่านไปด้วยดีหรือมีปัญหาก็ต้องมีการพัฒนาครั้งต่อ ๆ ไปให้ดีขึ้น อย่างน้อยผมอยากจะรักษาอันดับเอาไว้ เก็บแต้มคะแนนสะสมและฝึกฝนให้เกิดความมั่นใจว่าครั้งต่อไปจะแสดงฝีมือให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เพิ่มเติม http://www.prachachat.net/
ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ คลื่นลูกใหม่ ความภูมิใจของยามาฮ่า
ลอเรนโซ่เป็นนักแข่งสังกัดทีมเฟียต ยามาฮ่า เริ่มลงแข่งขันในปี 2002 รุ่น 125 ซีซี จากนั้นได้ร่วมแข่งทุกปี และเป็นที่จับตามองจากหลาย ๆ สื่อหลังจากสามารถคว้าแชมป์โลกโมโตจีพี รุ่น 250 ซีซี ได้ในปี 2006 และ 2007 ในปีล่าสุดเขาก็สามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกมาได้โดยขยับมาในรุ่น 800 ซีซี
ซึ่งการแข่งขันโมโตจีพี ปี 2009 มีทั้งหมด 17 สนาม ลอเรนโซ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ทั้งหมด 12 สนาม และคว้า
อันดับ 1 ในการแข่งขัน 4 สนาม ได้แก่ สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น สนามเลอ แมงส์ ประเทศฝรั่งเศส สนามอินเดียแนโพลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกส มอเตอร์ไซค์ที่นักแข่งผู้นี้ควบคุมอยู่ก็คือ ยามาฮ่า YZR-M1 นั่นเอง
วันนี้บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้พา "ลอเรนโซ่" มาพบปะสื่อมวลชน อย่างเป็นกันเอง เพื่อให้สัมภาษณ์ถึงการแข่งขัน ความรู้สึกต่อมอเตอร์ไซค์คู่ใจ รวมทั้งเคล็ดลับที่ทำให้ไม่พลาดตำแหน่งแชมป์ ก่อนเข้าเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อสู้ศึกในการแข่งขันฤดูกาล 2010
- ประทับใจอะไรในยามาฮ่า
รู้สึกภูมิใจมากที่ทำผลงานได้เป็นที่พอใจกับทั้งตัวเองและคนอื่น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประสบความสำเร็จเพราะคุณภาพของ มอเตอร์ไซค์ยามาฮ่า ทั้งด้านเทคนิคและระบบต่าง ๆ ที่มีความสมบูรณ์พร้อม ผมไว้วางใจและเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของยามาฮ่า ที่ทำให้รถแรง มีการควบคุมที่ดี จึงไม่คิดจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน ผมไม่ต้องการการสนับสนุนอะไรเป็นพิเศษจากยามาฮ่า แต่จะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ผมประทับใจการแข่งขันทุกแมตช์ เพราะแต่ละครั้ง แต่ละสนามมีความท้าทายแตกต่างกันไป ที่ทำให้ต้องใช้สมาธิและทักษะอย่างเต็มที่
- การฝึกซ้อม
นอกจากฝึกฝนในสนามแล้ว ก็ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเล่นฟิตเนสกับคุณพ่อ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ควบคุมรถได้ดี ผมเตรียมตัวอย่างหนักเพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ต้องใช้ความพยายามและอดทน ผมต้องขอบคุณทุก ๆ คนที่ช่วยให้ผมประสบความสำเร็จ
- เคล็ดลับประสบความสำเร็จ
ตลอดเวลาที่ขับรถจะต้องปล่อยวาง ไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น พยายามทำตัวให้สบายผ่อนคลายที่สุด หากเกิดความคิดเรื่อง ต่าง ๆ แม้แต่เรื่องของเทคนิคการขับหรือเรื่องเครื่องยนต์ อาจจะทำให้เสียสมาธิและพลาดเกิดอุบัติเหตุได้ ผมคิดว่าการขับแบบไปตามธรรมชาติจะทำให้ไปได้อย่างเร็วที่สุด
นอกจากนี้ แรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรักการแข่งมอเตอร์ไซค์ก็คือ ทุก ๆ วันจะเห็นคุณแม่ใช้มีดปาดเนยทาขนมปังได้อย่างนุ่มนวลและเรียบสนิท คิดว่าอยากจะขับขี่ให้ได้นุ่มเรียบอย่างนั้นบ้าง ทุกวันนี้เมื่อขับมอเตอร์ไซค์ผมก็จะนึกถึงภาพนั้น
- ความคาดหวังการแข่งครั้งต่อไป
ไม่ว่าการแข่งขันจะผ่านไปด้วยดีหรือมีปัญหาก็ต้องมีการพัฒนาครั้งต่อ ๆ ไปให้ดีขึ้น อย่างน้อยผมอยากจะรักษาอันดับเอาไว้ เก็บแต้มคะแนนสะสมและฝึกฝนให้เกิดความมั่นใจว่าครั้งต่อไปจะแสดงฝีมือให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เพิ่มเติม http://www.prachachat.net/
เอไอเอสหนุน "ฟีม" ต่อมั่นใจมีโอกาสยืนโพเดียม
ล่าสุดเมื่อเมื่อพฤหัสบดีวันที่ 3 ธันวาคม ที่อาคารชินวัตร 1 ถ.พหลโยธิน นายวีรวิทย์ กิตติมหาชัย ผู้ช่วยผู้จัดการส่วนงานขับขี่ปลอดภัยและกีฬายานยนต์ บริษัทเอ.พี.ฮอนด้าจำกัด ได้พา "เจ้าฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ เดินทางมาขอบคุณ บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ( มหาชน) หรือ AIS ที่ให้การสนับสนุนมาตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยมี นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาดบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ( มหาชน) และเจ้าหน้าที่จำนวนมากให้การต้อนรับ
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ เปิดเผยว่าฤดูกาลที่ผ่านมา ฟีมทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ และต้องขอบคุณฮอนด้า และ ตัวฟีมเองด้วย ที่ช่วยเผยเแพร่ชื่อเสียงของเอไอเอสมาตลอด และที่สำคัญ เอไอเอส กับ ฮอนด้า ก็เป็นพันธมิตรทางการตลาดกันตลอดมาอยู่แล้ว สไหรับการแข่งขันในฤดูกาลหน้านั้น ทางเอไอเอส ก็พร้อมที่จะสนับสนุนเด็กไทยที่จะไปสร้างชื่อเสียระดับโลก เช่นเดียวกับที่เอไอเอส สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาทั้งซีเกมส์เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์
ด้าน "เจ้าฟีม "ที่ฤดูกาลหน้าขยับขึ้นไปขับ รุ่น MOTO2 หรือ 600 ซีซี4 จังหวะ ได้เผยว่า"การขยับไปขับรุ่นใหญ่ขึ้นต้องมีการปรับตัวพอสมควร ผมมีโอกาสได้ทดสอบรถ600 ซีซี ที่สเปน บ้างแล้ว ก็อย่างที่ทราบกัน คือยังมีปัญหาเรื่องเฟรมรถที่ยังไม่ได้เลือกว่าเฟรมใหนจะ จะใช้ขับขี่แล้วลงตัวที่สุด ก็คงเป็นหน้าที่ของทีมงาน และผมเองที่จะเลือกเฟรมให้ลงตัวที่สุด และการที่กลับมาเมืองไทยช่วงนี้ ผมก็จะมีการฝึกซ้อมบิดรถ 600 ซีซีในเมื่องไทยเพื่อความคุ้นเคย
ไปพลาง ประมาณอาทิตย์หน้านี้ ทางทีมงานสต๊อป แอนด์ โก ที่ประเทศสเปน ก็จะส่งรถ 600 ซีซี มาถึงเมืองไทย ผมคงได้สร้างความคุ้นเคยกับรถที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา แน่นอน ก่อนที่จะบินกลับไปทดสอบรถคันใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
สำหรับการที่"เจ้าฟีม"ได้เดินทางเข้าขอบคุณ เอไอเอส ในวันนี้ ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตุว่า ทางผู้บริหารเอไอเอส ไม่ได้มีการพูดถึงการสนับสนุน"ฟีม"แต่อย่างใด แต่ผู้สื่อข่าว รวมทั้งทีมงานเอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ต่างก็มั่นใจว่า เอไอเอส ที่เห็นผลงาน เห็นการพัฒนาของนัะกบิดไทยมาตลอด คงจะให้การสนับสนุน"ฟีม"อย่างเต็มที่ในฤดูกาลหน้าที่จะเปิดสนามแรก ที่จะแข่งขันวันที่ 11 เม.ย.53 ที่สนามโลเซลเซอร์กิต ประเทศกาตาร์
เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/
เอไอเอสหนุน "ฟีม" ต่อมั่นใจมีโอกาสยืนโพเดียม
ล่าสุดเมื่อเมื่อพฤหัสบดีวันที่ 3 ธันวาคม ที่อาคารชินวัตร 1 ถ.พหลโยธิน นายวีรวิทย์ กิตติมหาชัย ผู้ช่วยผู้จัดการส่วนงานขับขี่ปลอดภัยและกีฬายานยนต์ บริษัทเอ.พี.ฮอนด้าจำกัด ได้พา "เจ้าฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ เดินทางมาขอบคุณ บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ( มหาชน) หรือ AIS ที่ให้การสนับสนุนมาตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยมี นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาดบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ( มหาชน) และเจ้าหน้าที่จำนวนมากให้การต้อนรับ
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ เปิดเผยว่าฤดูกาลที่ผ่านมา ฟีมทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ และต้องขอบคุณฮอนด้า และ ตัวฟีมเองด้วย ที่ช่วยเผยเแพร่ชื่อเสียงของเอไอเอสมาตลอด และที่สำคัญ เอไอเอส กับ ฮอนด้า ก็เป็นพันธมิตรทางการตลาดกันตลอดมาอยู่แล้ว สไหรับการแข่งขันในฤดูกาลหน้านั้น ทางเอไอเอส ก็พร้อมที่จะสนับสนุนเด็กไทยที่จะไปสร้างชื่อเสียระดับโลก เช่นเดียวกับที่เอไอเอส สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาทั้งซีเกมส์เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์
ด้าน "เจ้าฟีม "ที่ฤดูกาลหน้าขยับขึ้นไปขับ รุ่น MOTO2 หรือ 600 ซีซี4 จังหวะ ได้เผยว่า"การขยับไปขับรุ่นใหญ่ขึ้นต้องมีการปรับตัวพอสมควร ผมมีโอกาสได้ทดสอบรถ600 ซีซี ที่สเปน บ้างแล้ว ก็อย่างที่ทราบกัน คือยังมีปัญหาเรื่องเฟรมรถที่ยังไม่ได้เลือกว่าเฟรมใหนจะ จะใช้ขับขี่แล้วลงตัวที่สุด ก็คงเป็นหน้าที่ของทีมงาน และผมเองที่จะเลือกเฟรมให้ลงตัวที่สุด และการที่กลับมาเมืองไทยช่วงนี้ ผมก็จะมีการฝึกซ้อมบิดรถ 600 ซีซีในเมื่องไทยเพื่อความคุ้นเคย
ไปพลาง ประมาณอาทิตย์หน้านี้ ทางทีมงานสต๊อป แอนด์ โก ที่ประเทศสเปน ก็จะส่งรถ 600 ซีซี มาถึงเมืองไทย ผมคงได้สร้างความคุ้นเคยกับรถที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา แน่นอน ก่อนที่จะบินกลับไปทดสอบรถคันใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
สำหรับการที่"เจ้าฟีม"ได้เดินทางเข้าขอบคุณ เอไอเอส ในวันนี้ ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตุว่า ทางผู้บริหารเอไอเอส ไม่ได้มีการพูดถึงการสนับสนุน"ฟีม"แต่อย่างใด แต่ผู้สื่อข่าว รวมทั้งทีมงานเอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ต่างก็มั่นใจว่า เอไอเอส ที่เห็นผลงาน เห็นการพัฒนาของนัะกบิดไทยมาตลอด คงจะให้การสนับสนุน"ฟีม"อย่างเต็มที่ในฤดูกาลหน้าที่จะเปิดสนามแรก ที่จะแข่งขันวันที่ 11 เม.ย.53 ที่สนามโลเซลเซอร์กิต ประเทศกาตาร์
เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/
2009 World Superbike Comparison
Exiting the final fourth-gear, 120-mph corner at the Algarve circuit in Portimao, Portugal – strapped to a 200-plus-horsepower Yamaha YZF-R1 World Superbike, bars twitching and snapping, the rear tire spinning and bucking, all while climbing up the completely blind and massive front straightaway – two things suddenly become crystal clear: Ben Spies’ championship-winning SBK isn’t for sissies, and it just plain doesn’t get any better than that! This truly is Livin’ the Dream…



(From left) BMW S1000RR, Xerox Ducati 1098 F09 and Aprilia RSV4. One German and two Italians ready to go.
But before we dive into the details of the Sterilgarda R1 Superbike, let’s back up a few steps…to the beginning. You might be wondering why I am lucky enough to be halfway around the world at one of the top racetracks on the planet riding such an utterly priceless machine. Well, the long and short of it is Infront Sports is bloody mad – and thank goodness! To break it down, they are the rights holder and organizers of World Superbike and have set up an annual test for a select few journalists (less than 20 worldwide) to ride not one, but all seven of the factory World Superbikes the Monday following the final round of the championship. And, you guessed it, MotoUSA was invited. To say I jumped on that invite quickly would be the understatement of the century – my RSVP was telepathically emailed back before I even received the email.



Dark Dog Suzuki GSX-R1000, Paul Bird Motorsports Kawasaki ZX-10R, Hannspree Honda CBR1000RR; We ride them all...
Protocol for the test was to get 15 minutes on each bike, with a 20-minute break between machines. Quick turnaround was the name of the game as we had seven bikes to ride in one day. Complicating things slightly was the fact I had never so much as turned a lap around the track on anything but a scooter. Some serious time was spent playing Xbox and studying on-board laps on YouTube … and, surprisingly, I was up to speed in no time. Amazingly, the video game really did help – a lot!
Anyhow, enough BS, time for the good stuff: Here’s our take on the seven factory bikes which made up the 2009 wsb grid, compiled in the order in which we rode them.
READ MORE - 2009 World Superbike Comparison
(From left) BMW S1000RR, Xerox Ducati 1098 F09 and Aprilia RSV4. One German and two Italians ready to go.
But before we dive into the details of the Sterilgarda R1 Superbike, let’s back up a few steps…to the beginning. You might be wondering why I am lucky enough to be halfway around the world at one of the top racetracks on the planet riding such an utterly priceless machine. Well, the long and short of it is Infront Sports is bloody mad – and thank goodness! To break it down, they are the rights holder and organizers of World Superbike and have set up an annual test for a select few journalists (less than 20 worldwide) to ride not one, but all seven of the factory World Superbikes the Monday following the final round of the championship. And, you guessed it, MotoUSA was invited. To say I jumped on that invite quickly would be the understatement of the century – my RSVP was telepathically emailed back before I even received the email.
Dark Dog Suzuki GSX-R1000, Paul Bird Motorsports Kawasaki ZX-10R, Hannspree Honda CBR1000RR; We ride them all...
Protocol for the test was to get 15 minutes on each bike, with a 20-minute break between machines. Quick turnaround was the name of the game as we had seven bikes to ride in one day. Complicating things slightly was the fact I had never so much as turned a lap around the track on anything but a scooter. Some serious time was spent playing Xbox and studying on-board laps on YouTube … and, surprisingly, I was up to speed in no time. Amazingly, the video game really did help – a lot!
Anyhow, enough BS, time for the good stuff: Here’s our take on the seven factory bikes which made up the 2009 wsb grid, compiled in the order in which we rode them.
Subscribe to:
Posts (Atom)

